
2012年1月18日泰国万盛冷冻食品有限公司行政董事长陈汉士博士作创业经历专题演讲(一) |
|
|
[推荐级别] |
 |
[上传时间] |
2012-01-20 01:38:42 |
[视频介绍] |
2012年1月18日泰国万盛冷冻食品有限公司行政董事长陈汉士博士作创业经历专题演讲(一)
陈汉士博士简介泰文版
มูลนิธิสัมมาชีพ จัดปาฐกถาสัมมาชีพประจำปี ๒๕๕๔
ประกาศเกียรติคุณ “ไกรสร จันศิริ” เป็นบุคคลสัมมาชีพแห่งปี
ร.ร.อิมพีเรียลควีนส์ปาร์ก สุขุมวิท ๒๒/ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๕ มูลนิธิสัมมาชีพ จัดงาน ปาฐกถาสัมมาชีพประจำปี ๒๕๕๔ ประกาศเกียรติคุณ คุณไกรสร จันศิริ ประธานกรรมการ บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) เป็นบุคคลสัมมาชีพแห่งปี พร้อมเรียนเชิญคุณไกรสร จันศิริ ให้เกียรติกล่าวปาฐกถาพิเศษ แบ่งปันแนวคิดและหลักการดำเนินชีวิต ตลอดจนประสบการณ์ตลอดชีวิตการทำงาน หวังให้สังคมและคนรุ่นใหม่ได้เห็นต้นแบบและได้แรงบันดาลใจในการประกอบอาชีพ ด้วยหลักคุณธรรมและจริยธรรม จนประสบความสำเร็จในธุรกิจ และนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพของตนเอง โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณสมพล เกียรติไพบูลย์ ประธานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และคณะกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิสัมมาชีพ ได้กล่าวยกย่องถึง คณูปการของบุคคลสัมมาชีพแห่งปี รวมทั้ง นพ.มงคล ณ สงขลา รองประธานคณะกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิสัมมาชีพ ให้เกียรติเป็นผู้มอบโล่เกียรติยศบุคคลสัมมาชีพแห่งปีแด่คุณไกรสร พร้อมกันนี้ยังมีบุคคลสำคัญจากทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง
ความสำเร็จของคุณไกรสร จันศิริ จนกลายเป็นราชาทูน่าโลกในทุกวันนี้ นับว่าเริ่มต้นชีวิตจากศูนย์ คุณไกรสรเป็นคนไทยเชื้อสายจีน มีการศึกษาน้อย แต่เรียนดี มีความขยันและอดทนสูง ปัจจุบันอายุ ๗๗ ปี และเกษียณตัวเองจากการบริหารอาณาธุรกิจทั้งหมดที่ลงแรงสร้างมาตลอด ๓๕ ปีจนเติบใหญ่ไปทั่วโลก
คุณไกรสร ยึดปรัชญาชีวิต “ขยัน ประหยัด รู้จักตอบแทนบุญคุณ และรักษาเครดิต” โดยเฉพาะเครดิต คือ เงินลงทุนจึงต้องรักษาไว้ให้มั่นคง ส่วนปรัชญาในการบริหารงานคือ “ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกไม่มีอะไรเต็มร้อย จึงต้องเดินสายกลาง” จากจุดเริ่มต้นที่ก่อร้างสร้างบริษัทส่งออกไทยรวมสินพัฒนา จนกระทั่งวันนี้ คุณไกรสรได้นำพากิจการตัวเองขึ้นมาอยู่แถวหน้าในวงการอาหารทะเลได้อย่างภาคภูมิใจและมี “บมจ. ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด” หรือ TUF เป็นแกนนำธุรกิจผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทูน่ากระป๋องส่งออกอันดับ ๑ ของโลก
ทั้งนี้ งานปาฐกถาสัมมาชีพประจำปี เป็นเวทีในการประกาศเกียรติคุณบุคคลสัมมาชีพประจำปีเพื่อเป็นบุคคลต้นแบบที่ดีงาม และเป็นพลังเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้แก่บุคคลในสังคม ได้นำไปปฏิบัติเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพของตนเอง รวมทั้งยังเป็นโอกาสให้สาธารณชนรับทราบถึงบทบาทและภารกิจ ตลอดจนความคืบหน้าการดำเนินงานของมูลนิธิสัมมาชีพในช่วงปีที่ผ่านมา พร้อมสร้างโอกาสอันดีที่จะได้พัฒนาความร่วมมือกับหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ เพื่อร่วมขับเคลื่อนและสนับสนุนการดำเนินงานด้านต่างๆ ของมูลนิธิสัมมาชีพในระยะยาวต่อไป
ดร.สำราญ ภูอนันตานนท์ ประธานคณะกรรมการมูลนิธิสัมมาชีพ ประธานเปิดงาน กล่าวถึงภารกิจของมูลนิธิสัมมาชีพ ตลอดช่วงปีที่ผ่านมาว่า มูลนิธิสัมมาชีพได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่สร้างประโยชน์ต่อสังคมในหลากหลายแนวทาง อาทิ
โครงการภายใต้การดำเนินงานของสถาบันยุวโพธิชน ที่มุ่งเน้นการนำธรรมะเข้าสู่จิตใจเยาวชนและคนรุ่นใหม่ สร้างเด็กไทยให้เติบโตขึ้นมาโดยมีธรรมะอยู่ในหัวใจ โครงการธรรมวรรณศิลป์ ส่งเสริมเยาวชนพัฒนาทักษะงานเขียนเรียงความ เรื่องสั้นและบทกวี โครงการผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลง (Leadership for Change) ซึ่งมูลนิธิ ร่วมกับ เครือมติชน หลักสูตรอบรมผู้นำองค์กรท้องถิ่น ผู้นำธุรกิจเพื่อสังคม ผู้นำภาคประชาสังคม รวมถึงผู้นำชุมชน เพื่อติดอาวุธทางปัญญาให้กับผู้นำรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจจริง มีเป้าหมายชัดเจนที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในสังคมไทย ให้ผู้นำเหล่านี้มีองค์ความรู้ในทุกมิติ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาสังคม ชุมชนและท้องถิ่นของตนเอง ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในปฏิรูปประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน โครงการพัฒนาสื่อสัมมาชีพ (Social Media) อีกโครงการสำคัญ ที่มูลนิธิได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมองค์ความรู้ด้านการประกอบอาชีพจากสื่อทุกแขนง เพื่อนำไปถ่ายทอดให้แก่ประชาชนและชุมชนที่สนใจได้นำไปใช้พัฒนาการประกอบอาชีพของตนเอง โดยถ่ายทอดผ่านทางเว็บไซต์สัมมาชีพออนไลน์เครือข่ายความรู้สู่อาชีพ รวมทั้งเผยแพร่ผ่านมุมหนังสืออาชีพใน 100 ห้องสมุดชุมชนทั่วประเทศ
นอกจากนี้ มูลนิธิยังได้จัดตั้ง “ศูนย์เสริมสร้างสัมมาชีพและวิสาหกิจ” เพื่อทำหน้าที่เชื่อมโยงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริม สนับสนุน ให้บริการ และความช่วยเหลือด้านต่างๆ แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจในระดับชุมชน โดยมูลนิธิได้รับเกียรติจากท่านมนู เลียวไพโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานศูนย์ฯ รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้ศูนย์เสริมสร้างสัมมาชีพและวิสาหกิจชุมชน บรรลุเป้าหมายตามภารกิจที่ได้ตั้งไว้
สำหรับเงินรายได้ส่วนหนึ่งจากผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคสมทบทุนการดำเนินงานของมูลนิธิสัมมาชีพในกิจกรรมนี้ ศูนย์เสริมสร้างสัมมาชีพจะได้ร่วมกับเครือข่ายจิตอาสา นำเงินบริจาคส่วนนี้ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยช่วยสร้างและฟื้นฟูอาชีพให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ต่อไปด้วยอาชีพที่สุจริตและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามหลักสัมมาชีพ
ไกรสร จันศิริ
จากราชาทูน่าโลกสู่บุคคลสัมมาชีพประจำปี ๒๕๕๔
ด้วยจุดเริ่มต้นจากแนวคิดและเจตนารมณ์ของ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิสัมมาชีพ ที่เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างสัมมาชีพให้เต็มพื้นที่ นั่นคือ การส่งเสริมให้ผู้คนประกอบอาชีพ ภายใต้กรอบอริยมรรคที่มีสัมมาทิฐิเป็นตัวนำหรือทำมาหากินโดยไม่ได้เอากำไรสูงสุดเป็นตัวตั้ง และต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมทางสังคม คำนึงความสุขของตนเองและผู้อื่น รวมถึงผลประโยชน์ของผู้บริโภคและผู้รับบริการเป็นหลัก โดยไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม
มูลนิธิสัมมาชีพ จึงก่อเกิดขึ้นด้วยความร่วมมือร่วมใจของบุคคลสำคัญหลายสาขาอาชีพ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางดำเนินการนำธรรมะและองค์ความรู้ที่ดีงาม ให้เข้าถึงกลุ่มคนทุกสาขาอาชีพ มุ่งเน้นการทำมาหากินอย่างสุจริต เพื่อพัฒนาจิตของตนไปในทางที่ถูกต้อง รวมทั้งการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่มีธรรมะในหัวใจ ให้เกิดขึ้นในทุกระดับชั้น อันจะเป็นการสร้างสังคมที่น่าอยู่ต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน
ด้วยปรัชญาการดำเนินงานที่สำคัญคือ มูลนิธิสัมมาชีพมีความเชื่อมั่นว่า สังคมไทยมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้นำสัมมาชีพในทุกภาคส่วนของสังคม ซึ่งเป็นผู้นำที่มีหลักคิด ทัศนคติและทักษะสำหรับขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสัมมาชีพอย่างเต็มพื้นที่ เป็นผู้นำที่มีความคิดสร้างสรรค์อันจะช่วยนำประเทศไทยไปสู่สังคมอุดมสุข
การประกาศเกียรติคุณบุคคลสัมมาชีพแห่งปี เป็นแนวทางดำเนินงานหนึ่งของมูลนิธิสัมมาชีพ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ บุคคลผู้ประกอบอาชีพและดำเนินธุรกิจตามหลักสัมมาชีพ ให้เป็นแบบอย่างที่ดีงามของสังคมไทย เผยแพร่แนวคิดและหลักการ การดำเนินชีวิตที่ดีงามของบุคคลสัมมาชีพ โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจที่มีคุณธรรม จริยธรรมกำกับ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพของผู้คนทุกสาขาอาชีพ
มูลนิธิสัมมาชีพ ได้ประกาศเกียรติบุคคลสัมมาชีพแห่งปี ๒๕๕๒ เป็นท่านแรก ได้แก่ คุณบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา แห่งกลุ่มบริษัทสหพัฒน์ฯ บุคคลสัมมาชีพแห่งปี ๒๕๕๓ ท่านต่อมา คือ คุณอิสระ ว่องกุศลกิจ แห่งกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำตาลมิตรผลฯ สำหรับบุคคลสัมมาชีพแห่งปี ๒๕๕๔ มูลนิธิสัมมาชีพได้มอบประกาศเกียรติคุณนี้ให้แก่ คุณไกรสร จันศิริ ประธานกรรมการ บริษัทไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือTUF
คุณไกรสร จันศิริ เริ่มแรกการทำงานด้วยการเป็นครูสอนภาษาจีนตามบ้าน เป็นเซลส์ขายของ แม้กระทั่งเคยเป็นออฟฟิสบอยที่จะต้องทำทุกอย่าง จนถึงปี ๒๕๐๘ ได้ร่วมลงทุนกับเพื่อนอีก ๒ คนตั้งบริษัทอิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต เป็นครั้งแรก ต่อมาในปี ๒๕๒๐ ได้ก่อตั้งบริษัทรวมสินพัฒนาอุตสาหกรรม ทำเกี่ยวกับอาหารทะเล มีทุนจดทะเบียน ๑๐ ล้านบาทและได้ถือหุ้นอยู่ ๑๐ % เริ่มต้นมีคนงาน ๑๕๐ คน ทำส่งออกปีแรก ๔๐ ล้านบาท
จนมาถึงปัจจุบัน คุณไกรสร จันศิริ ได้เป็นประธานกรรมการของบริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด(มหาชน) มีโรงงานทั้งในประเทศไทย อเมริกา ฝรั่งเศส โปรตุเกส กานา ซีเชลส์ เวียตนาม และอินโดนีเซีย รวมทั้งหมด ๑๖ แห่ง โดยมีคนงาน ๓ หมื่นกว่าคน ในปีนี้ ตั้งเป้าขายไว้ประมาณ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท
คุณไกรสร จันศิริ ได้รับการยกย่องจากสาธารณชนทั่วไปและในวงการของตนว่า เป็นผู้มีคุณงามความดี ซื่อสัตย์ สุจริตและยึดมั่นในการปฏิบัติตนที่ดีต่อครอบครัว สมาคม เพื่อนร่วมอาชีพ พนักงานลูกจ้างและคนงานในบริษัทตลอดมา ฝ่าฝันความยากลำบากในวัยเด็กและบริหารกิจการของบริษัทจากวิกฤติการณ์ต่างๆมา กระทั่งเติบโตอย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบัน โดยยึดหลักการทำธุรกิจบนความถูกต้อง ดีงามและคำนึงถึงการรักษาสภาวะแวดล้อมและไม่เอาเปรียบใคร
วันพุธที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๕ ที่จะถึงนี้ มูลนิธิสัมมาชีพจึงได้จัดงาน ปาฐกถาสัมมาชีพ ประจำปี ๒๕๕๔ ขึ้น ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค ถนนสุขุมวิท ตั้งแต่เวลา ๑๗.๐๐ น. เป็นต้นไปโดยคุณไกรสร จันศิริ บุคคลสัมมาชีพแห่งปี ๒๕๕๔ จะมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ตลอดชีวิตการทำงานและแรงบันดาลใจในการประกอบอาชีพด้วยหลักคุณธรรมและจริยธรรม จนประสบความสำเร็จในเส้นทางชีวิตและธุรกิจส่งออกปลาทูน่า อันดับหนึ่งของโลก
|
|
|
|
|