加入收藏 | 设为首页 | 会员中心 | 我要投稿 | RSS ไทย
站内搜索: 高级搜索
    进入综合资讯  
您当前的位置:首页 > 泰华新闻 > 慈善公益
疾病控制部门、阿斯利康公司和国家网络合作伙伴正在积极分发“肾脏筛查试剂盒”
กรมควบคุมโรค แอสตร้าเซนเนก้า และภาคีเครือข่ายพันธมิตรระดับประเทศเดินแผนเชิงรุกส่งมอบ “ชุดตรวจคัดกรองไต”
 

202512188 

202512189

2025121810

20251218

2025121811

2025121812

2025年9月24日美国疾病控制与预防中心、阿斯利康公司及其全国合作伙伴网络正在积极分发“肾脏筛查试剂盒”。泰国巴吞他尼府正在实施一项试点计划,并计划在全国范围内推广,这是泰国首个肾脏疾病筛查卓越网络合作项目。M8E泰国华人中文网站【泰华网】

 
由泰国公共卫生部疾病控制厅非传染性疾病司、泰国肾脏基金会、泰国肾脏病学会和阿斯利康泰国公司牵头,一个全国性联盟网络 正在积极开展慢性肾脏病筛查。作为“肾脏病筛查卓越合作项目” 的一部分,他们已在巴吞他尼府(泰国首个试点地区)发放了尿微量白蛋白试纸。 这项公私合作旨在筛查五类高危人群,降低终末期肾病的风险,并提高公众对肾脏病预防的认识。该项目计划扩展至全国所有13个卫生区域,目标是到2027年筛查超过720万名高危泰国人。
 
泰国公共卫生部疾病控制司非传染性疾病处处长克里萨达·汉班杰尔德博士 指出:“慢性肾脏病(CKD)仍然是一个重大的公共卫生问题,它不仅影响公众健康,还影响患者的生活质量,并给国家财政带来沉重负担,尤其是透析治疗的费用,每年超过180亿泰铢。因此,泰国公共卫生部疾病控制司与其国家联盟伙伴——泰国肾脏基金会、泰国肾脏病学会和阿斯利康泰国公司——于去年8月在泰国启动了首个‘肾脏病筛查卓越网络’项目 。该合作项目是‘720万泰国人了解其肾脏病风险因素’项目的一部分,该项目由玛哈·扎克里·诗琳通公主殿下赞助,并于公主72岁生日之际启动,旨在系统地提升慢性肾脏病的筛查和早期护理水平,并对全国720万高危泰国人进行筛查。” 2027 年,根据国家战略框架。”“肾脏疾病预防和延缓十年(2022-2031 年)”旨在减少新发病例,延缓肾脏恶化,并降低医疗保健成本。
 
为了进一步积极拓展合作项目,在私营部门合作伙伴阿斯利康泰国公司的支持下,全国合作伙伴网络正向泰国首个试点省份巴吞他尼府运送肾脏筛查试剂盒(尿微量白蛋白试纸)。巴吞他尼府之所以被选中,是因为其在人员配备、基础设施建设以及各部门合作方面都具备充分的准备,并且一直在积极开展肾脏疾病预防工作。这项积极主动的计划旨在筛查五类高危人群:糖尿病患者、高血压患者、肾结石患者、痛风患者以及长期服用非甾体抗炎药(NSAIDs)的患者,以便及早发现肾脏疾病患者,降低其发展为终末期肾病的风险,并提高社区对肾脏疾病预防的认识。该计划的目标是最终覆盖全国所有13个卫生区域。各部门的通力合作是减轻肾脏疾病长期负担、提高泰国人民生活质量的重要一步。
 
巴吞他尼府公共卫生官员农特·金达维博士表示:“根据巴吞他尼府公共卫生办公室的医疗健康数据……”数据显示,巴吞他尼府约有11,000名肾病患者。其中,约5,000名患者(占所有肾病患者的近50%)处于肾衰竭三期。此外,还有约700名终末期肾病患者需要透析治疗。这些数据表明,大多数人往往只有在病情严重时才会寻求筛查。因此,在肾病筛查卓越网络合作项目的支持下,推广肾脏筛查试剂盒(尿微量白蛋白试纸)至关重要。这将鼓励早期筛查,提高延缓和预防疾病进展至严重阶段的可能性。该试剂盒是全球通用的标准工具,可进行便捷、快速且经济高效的肾脏健康初步评估。它也非常适合旨在快速覆盖公众的主动式工作。全面推进。
 
此外,巴吞他尼府公共卫生办公室将与乡村卫生志愿者(VHV)紧密合作,因为他们是与民众接触最密切的一线人员。他们可以识别高危人群,将他们纳入筛查系统,并直接传播健康知识。提升乡村卫生志愿者的能力……“接受过全面培训并掌握相关知识的乡村卫生志愿者将能够有效地发挥社区与公共卫生系统之间的桥梁作用。当人力资源与适当的资源和工具相结合时,主动筛查将更加有效,切实提高公众意识,减轻疾病严重程度,并防止患者发展为慢性肾衰竭。”
 
阿斯利康泰国及新兴市场总裁罗曼·拉莫斯先生表示:“阿斯利康的目标是为泰国公共卫生系统带来可持续的积极变革,更重要的是,改善所有公民的生活质量。”此次对尿微量白蛋白试纸的支持,不仅是对医疗设备的捐赠,更象征着我们致力于与政府及合作伙伴携手,在社区层面便捷、快速、全面地扩大筛查覆盖范围。在巴吞他尼府开展试点项目,是迈向全国筛查的关键第一步,也与阿斯利康全球“应对慢性肾脏病行动”(ACT on CKD)的使命相契合。该使命旨在将肾脏健康护理的重心从治疗转向预防,从而减轻患者、家庭和公共卫生系统的负担。“为未来健康可持续的泰国社会奠定基础。”
 
乡村卫生志愿者(VHV)代表坎普霍尔·拉诺伊先生表示:“巴吞他尼府是一个半城乡结合的地区。与其他府相比,在社区开展筛查更具挑战性,因为许多家庭居住在公寓或出租房内,而年轻人则在外工作。”因此,乡村卫生志愿者最常接触的群体是老年人,他们往往沟通不畅,获取健康信息也存在困难。此外,以往肾脏疾病筛查需要去医院进行血液检查。而有了尿微量白蛋白试纸条,我们可以方便快捷地对肾脏健康状况进行初步评估,减轻人们前往医院检查的负担。这不仅提高了乡村卫生志愿者开展外展服务的能力,更有效地接触到民众,还能普及影响肾脏健康的饮食习惯知识,例如食用辛辣或加工食品。这鼓励村民提高健康意识,调整生活方式,从而改善自身健康状况。我们相信,VHV网络的积极主动将为社区带来积极改变,减少新增患者数量,使高危人群尽早接受治疗,并预防慢性肾衰竭。
 
在尿微量白蛋白试纸试剂盒的交接仪式上……巴吞他尼府公共卫生办公室的“肾脏疾病筛查卓越网络合作项目”受到了各界高管和社区卫生志愿者的热烈欢迎。


เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) บริษัทแอสตราเซเนกา และเครือข่ายพันธมิตรทั่วประเทศ ได้ร่วมกันแจกจ่ายชุดตรวจคัดกรองโรคไต โครงการนำร่องนี้กำลังดำเนินการอยู่ในจังหวัดปทุมธานี ประเทศไทย และมีแผนจะขยายไปทั่วประเทศ นี่เป็นโครงการความร่วมมือเครือข่ายความเป็นเลิศด้านการตรวจคัดกรองโรคไตแห่งแรกของประเทศไทย

 
โครงการนี้ นำโดยกรมควบคุมและป้องกันโรค (โรคไม่ติดต่อ) กระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย และบริษัทแอสตราเซเนกา ประเทศไทย เครือข่ายพันธมิตรทั่วประเทศกำลังดำเนินการตรวจคัดกรองโรคไตเรื้อรังอย่างแข็งขัน ในฐานะส่วนหนึ่งของ "โครงการความร่วมมือความเป็นเลิศด้านการตรวจคัดกรองโรคไต" พวกเขาได้แจกจ่ายแถบตรวจไมโครอัลบูมินในปัสสาวะแล้วในจังหวัดปทุมธานี (พื้นที่นำร่องแห่งแรกของประเทศไทย) ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนนี้มีเป้าหมายเพื่อตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงสูง 5 กลุ่ม เพื่อลดความเสี่ยงของโรคไตวายระยะสุดท้าย และสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชนเกี่ยวกับการป้องกันโรคไต โครงการนี้มีแผนจะขยายไปยังเขตสุขภาพทั้ง 13 แห่งทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายที่จะตรวจคัดกรองคนไทยที่มีความเสี่ยงสูงกว่า 7.2 ล้านคนภายในปี 2560
 
ดร. กฤษณะ หัมบันเฌร์เด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย กล่าวว่า “โรคไตเรื้อรังยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ ส่งผลกระทบไม่เพียงแต่ต่อสุขภาพของประชาชนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และเป็นภาระหนักต่อคลังของชาติ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการรักษาด้วยการฟอกไต ซึ่งเกินกว่า 18 พันล้านบาทต่อปี ดังนั้น กรมควบคุมโรค ร่วมกับพันธมิตรระดับชาติ ได้แก่ มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย และแอสตราเซเนกา ประเทศไทย จึงได้เปิดตัวโครงการ ‘เครือข่ายความเป็นเลิศด้านการตรวจคัดกรองโรคไต’ แห่งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โครงการความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘คนไทย 7.2 ล้านคนเข้าใจปัจจัยเสี่ยงโรคไตของตนเอง’ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราฐาธิบดี” โครงการนี้ริเริ่มโดยสมเด็จพระนางเจ้าสิรินธร และเปิดตัวในโอกาสวันคล้ายวันประสูติครบ 72 พรรษา โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบการตรวจคัดกรองและการดูแลรักษาโรคไตเรื้อรังในระยะเริ่มต้นอย่างเป็นระบบ และตรวจคัดกรองคนไทยที่มีความเสี่ยงสูง 7.2 ล้านคนทั่วประเทศ” ซึ่งสอดคล้องกับกรอบยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีเป้าหมายในปี 2027 “ทศวรรษแห่งการป้องกันและชะลอโรคไต (2022-2031)” มุ่งลดจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ ชะลอการเสื่อมของไต และลดค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพ
 
และเพื่อเป็นการต่อยอดโครงการความร่วมมือในเชิงรุก เครือข่ายพันธมิตรระดับประเทศจึงเดินหน้าส่งมอบชุดตรวจคัดกรองไต (Urine Microalbumin Dipstick)ที่ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรภาคเอกชนอย่างแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ให้แก่จังหวัดปทุมธานี เป็นจังหวัดนำร่องแห่งแรกของประเทศ เนื่องจากปทุมธานีมีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และความร่วมมือจากหลายภาคส่วน อีกทั้งยังมีการดำเนินงานด้านการป้องกันโรคไตอย่างต่อเนื่อง โดยแผนเชิงรุกครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อคัดกรองผู้ป่วยใน 5 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคนิ่วในไต โรคเกาต์ และผู้ที่ใช้ยา NSAIDs ต่อเนื่อง เพื่อค้นหาผู้ป่วยตั้งแต่ระยะแรก ลดโอกาสเข้าสู่ภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย และสร้างการตระหนักรู้เรื่องการป้องกันโรคไตในชุมชน พร้อมทั้งยังตั้งเป้าขยายผลให้ครอบคลุมทั้ง 13 เขตสุขภาพทั่วประเทศ ซึ่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยลดภาระโรคไตระยะยาว และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยให้ดียิ่งขึ้น”
 
นายแพทย์นนท์ จินดาเวช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า “จากข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพของสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดปทุมธานี พบว่าสถานการณ์โรคไตในปทุมธานีมีผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไตประมาณ 11,000 คน โดยผู้ป่วยโรคไตเสื่อมระยะที่ 3 มีมากที่สุดอยู่ที่ประมาณ 5,000 คน หรือเกือบร้อยละ 50 ของผู้ป่วยโรคไตทั้งหมด และมีผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ต้องฟอกไตประมาณ 700 คน ซึ่งจากตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่มักเข้ารับการตรวจ เมื่อโรคเริ่มมีความรุนแรงแล้ว ดังนั้นการได้รับการสนับสนุนชุดตรวจคัดกรองไต (Urine Microalbumin Dipstick) ภายใต้โครงการความร่วมมือสู่เครือข่ายความเป็นเลิศด้านการคัดกรองโรคไต ในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพิ่มโอกาสในการชะลอและป้องกันไม่ให้โรคพัฒนาไปสู่ระยะที่รุนแรงต่อไป โดยชุดตรวจดังกล่าวถือเป็นเครื่องมือมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลก สามารถประเมินสุขภาพไตเบื้องต้นได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และคุ้มค่า อีกทั้งยังเหมาะสมกับการทำงานเชิงรุกที่ต้องการเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงมากขึ้น”
 
“พร้อมกันนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานียังจะทำงานร่วมกับ อสม. อย่างใกล้ชิด เนื่องจาก อสม. คือด่านหน้าที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนที่สุด สามารถค้นหากลุ่มเสี่ยง นำเข้าสู่ระบบคัดกรอง และถ่ายทอดความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพได้โดยตรง การส่งเสริมศักยภาพของ อสม.ผ่านการอบรมและองค์ความรู้ที่ครบถ้วน จะช่วยให้ อสม.ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างชุมชนกับระบบสาธารณสุขอย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อมีการบูรณาการกำลังคนเข้ากับทรัพยากรและเครื่องมือที่เหมาะสม การคัดกรองเชิงรุกก็จะยิ่งมีพลัง สามารถสร้างการตระหนักรู้ ลดความรุนแรงของโรค และป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะไตวายเรื้อรังได้อย่างเป็นรูปธรรม”
 
นายโรมัน รามอส ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย และ Frontier Markets กล่าวว่า “เจตนารมณ์ของแอสตร้าเซนเนก้าคือการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่ยั่งยืนให้กับระบบสาธารณสุขไทย และที่สำคัญคือเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นของประชาชนทุกคน การสนับสนุนชุดตรวจคัดกรองไต (Urine Microalbumin Dipstick) ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการส่งมอบเครื่องมือทางการแพทย์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นในการทำงานเคียงข้างภาครัฐและภาคีเครือข่าย เพื่อขยายการเข้าถึงการตรวจคัดกรองไปยังประชาชนในระดับชุมชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง การเริ่มต้นที่จังหวัดปทุมธานีในฐานะพื้นที่นำร่องถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ที่จะต่อยอดสู่การคัดกรองระดับประเทศ และสอดคล้องกับพันธกิจ ACT on CKD ของแอสตร้าเซนเนก้าทั่วโลก ที่มุ่งเปลี่ยนผ่านการดูแลสุขภาพไตจากการรักษาสู่การป้องกัน เพื่อช่วยลดภาระของผู้ป่วย ครอบครัว และระบบสาธารณสุข พร้อมวางรากฐานสังคมไทยที่มีสุขภาพแข็งแรงและยั่งยืนในอนาคต”
 
นายกำพล รักน้อย ตัวแทนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กล่าวว่า “ปทุมธานีเป็นพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบท การเข้าถึงครอบครัวในชุมชนจึงมีความท้าทายมากกว่าต่างจังหวัด เพราะหลายครอบครัวอาศัยอยู่ในคอนโดหรือห้องเช่า ในขณะที่คนหนุ่มสาวออกไปทำงานนอกบ้าน ทำให้กลุ่มที่ อสม. พบเจอบ่อยที่สุดคือ “ผู้สูงอายุ” ซึ่งมักมีข้อจำกัดในการสื่อสารและการรับข้อมูลสุขภาพ ประกอบกับที่ผ่านมาการตรวจคัดกรองโรคไตที่ต้องอาศัยการเจาะเลือดในโรงพยาบาลเท่านั้น ดังนั้นเมื่อมีการสนับสนุนชุดตรวจคัดกรองไต (Urine Microalbumin Dipstick) ในครั้งนี้ เราจึงสามารถช่วยประเมินสุขภาพไตเบื้องต้นได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ลดภาระของประชาชนในการเดินทางไปรับการตรวจที่โรงพยาบาล เพิ่มขีดความสามารถให้ อสม. ในการลงพื้นที่และเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง พร้อมทั้งยังสามารถให้ความรู้เรื่องพฤติกรรมการกินที่ส่งผลต่อไต เช่น การบริโภคอาหารรสจัดหรืออาหารแปรรูป เพื่อกระตุ้นให้ชาวบ้านตระหนักและปรับพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น โดยเราเชื่อว่าการทำงานเชิงรุกของเครือข่าย อสม.จะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในชุมชน ลดจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ ทำให้ผู้มีความเสี่ยงเข้าสู่ระบบการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ และป้องกันไม่ให้เข้าสู่ภาวะไตวายเรื้อรังได้จริง”
 
ในพิธีส่งมอบชุดตรวจคัดกรองไต (Urine Microalbumin Dipstick) ภายใต้ “โครงการความร่วมมือสู่เครือข่ายความเป็นเลิศด้านการคัดกรองโรคไต” ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร และเครือข่าย อสม. 
相关文章
最新资讯
陆少滨董事长率团参访御赐宋大峰公白
泰京天华慈善医院隆重庆祝观世音菩萨
共同主持2026年中泰科技文化公益项目
明德善堂及明真善堂首长参访御赐宋大
报德善堂支持义肢受赠者参与178次御
崇德善堂召开董事会议筹办常年盂兰盛
栏目热门
  1. 陈兆渭捐赠天华慈善医院二十万铢 郭光
  2. 报德善堂救济叻抛酒吧火灾死伤者 郑伟
  3. 泰华知名企业家郑庚金贤昆玉莅临慰问挽
  4. 张少雄伉俪再向报德善堂捐赠210万铢白
  5. 报德善堂社会灾害股七月上半月向各地火
  6. 泰华进出口商会偕同成泰有限公司 TOA集
  7. 呵叻府乐善善堂明仁善坛庆祝成立七十周
  8. 胡文臣胡婵燕贤昆玉再捐报德善堂五十万
  9. “报德善堂幸福巡回车队幸福送小区”活
  10. 纳哇吉保险公司捐赠报德善堂192428铢
泰国多语言网站设计制作

FRISTWEB建站用户送 500MB 企业邮箱

专业制作团队 一流硬件设备